Untitled Document
Untitled Document
Untitled Document
Technic
What is Surge?
Selection Guide of Surge
Protector
Type of Protection Device
Filtering Circuit
Surge Location Categories
ANSI-IEEE
Surge Location Categories AS/NZ
Surge Location Categories IEC
Surge Protection Backup fuse
Definition คำจำกัดความของอุปกรณ์
SPDs
สายต่อลงดิน Grounding and
protective conductors
ขั้นตอนการสำรวจและวัดค่าความ
ต้านทานจำเพาะของดิน
Design solution of surge
protection
CCTV
Industrial
Hospital
OEM
FAQs
ไฟกระโชก (Surge) คืออะไร?
การเลือกอุปกรณ์ป้องกันไฟ
กระโชก?
คุณสมบัติที่ควรพิจารณาของ
อุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก?
ระบบสายต่อลงดินควรทำอย่างไร?
อุปกรณ์อะไรป้องกันไฟกระโชกได้บ้าง?
FAQs
ไฟกระโชก (Surge) คืออะไร?
ตอบ  ไฟกระโชกหรือ Surge ในทางไฟฟ้าหมายถึงเกิดสภาวะการเปลี่ยนแปลงไฟฟ้าชั่วขณะ เป็นลักษณะแรงดันไฟฟ้าสูงกว่าแรงดันปกติที่เกิดขึ้นโดยเฉียบพลัน ในระยะเวลาอันสั้นเป็นเสี้ยงวินาที โดยแหล่งกำเนิดจากสภาวะต่างๆ เช่น ฟ้าผ่า, การเปิด-ปิดสวิทช์ของอุปกรณืไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ เป็นต้น
การเลือกอุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก?
ตอบ  โดยพิจารณาจากสถานที่ ที่จะติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก และพิจารณาถึงความถี่/บ่อยของสัญญาณไฟกระโชกที่จะเข้ามาเป็นเช่นไร เช่น ในเมือง, ชานเมือง ใกล้แหล่งโรงงานหรือที่โล่ง เป็นต้น
และที่ต้องพิจารณา ระบบงานที่จะป้องกันเป็นอุปกรณ์ประเภทใด เช่น ระบบไฟฟ้าทั่วไป, ห้องควบคุม, ห้องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น แบ่งเป็นการพิจารณา ดังนี้
*หมายเหตุ อุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชกแบบขนาน (Shunt) เหมาะสำหรับการป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป ติดตั้งที่เมนทางเข้าของอาคารหรือระบบงาน
อุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชกแบบอนุกรม (Series) เหมาะสำหรับการป้องกันอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์, คอมพิวเตอร์ เป็นต้น เนื่องจากมีชุด LPF (Low Pass Filter) ที่ช่วยป้องกันอันตรายจาก dv/dt ความชันหน้าคลื่นของสัญญาณไฟกระโชกที่ก่อให้เกิดอันตรายกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์
คุณสมบัติที่ควรพิจารณาของอุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก?
ตอบ  
- ขนาดพิกัดของอุปกรณ์  (Surge rating) kA คือความสามารถในการรองรับพลังงานส่วนเกินที่เข้ามาของสัญญาณไฟกระโชกในรูปแบบ Impulse (8/20us) ตามรูปคลื่นมาตรฐาน ANSI/IEEE C62.41-2002

- ความไวในการตอบสนอง (Response time) คือความไวในการทำงานของอุปกรณ์ป้องกัน ส่วนใหญ่อุปกรณ์ที่ใช้จะเป็นอุปกรณ์ประเภท MOV (Metal Oxide Varristor)  ซึ่งจะมีความไวในการทำงานน้อยกว่า 25ns

- แรงดันปล่อยผ่าน (Let Through voltage) คือค่าแรงดันที่ปรากฎที่โหลดใช้งาน  กล่าวคือลักษณะการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันเมื่อมีสัญญาณไฟกระโชกเข้ามา ตัวอุปกรณ์ป้องกันจะทำงานโดยการตัดควบคุมแรงดันส่วนเกินผ่านตัวมันหรือเบี่ยงถ่ายลงดิน จากการทำงานนี้จะมีแรงดันส่วนที่หลงเหลือไปปรากฎที่โหลดใช้งาน ซึ่งเป็นแรงดันที่อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ทำให้อุปกรณ์ใช้งานเสียหาย

อุปกรณ์ป้องกันแบบขนานจะมีค่า let through voltage ประมาณ 800-1.2kV

อุปกรณ์ป้องกันแบบอนุกรมจะมีค่า let through voltage ประมาณ 450-600V
ระบบสายต่อลงดิน ควรทำอย่างไร?
ตอบ  ให้พิจารณาแนวทาง ดังนี้
- ระบบสายต่อลงดินจะต้องมีค่าความต้านทานดิน (Impedance) ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและรูปแบบการทำ เช่น ตอกแท่ง Ground rod,  ฝังแผ่น Ground plate เป็นต้น
- จุดต่อลงดินจะต้องมีจุดเดียว (Single point ground) นั่นคือ หากระบบงานมีการตอกจุดลงดินหลายจุดเราควรนำมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันที่ Common bus เพื่อป้องกันความต่างศักย์ของจุดลงดินแต่ละจุดเมื่อเกิดสภาวะฟ้าผ่าและมีกระแสไหลเวียนในดิน ป้องกันการไหลย้อนของกระแสไฟฟ้าจากดินขึ้นมาสู่ระบบงาน ทั้งนี้เพื่อให้ระบบงานรักษาสภาพ Equipotential
- จัดทำข่ายสายดินให้ระบบ รองรับการขยายตัวของระบบงานและสามารถตรวจสอบได้ นั่นคือ ควรมีการแบ่งระบบสายดินไฟฟ้า, ระบบสายดินคอนโทรล แต่ทั้งหมดต้องเชื่อมโยงถึงกันที่ Common bus เพื่อต่อลงดินเพียงจุดเดียว และมีการทำป้ายชื่อบอกเพื่อสามารถทำการตรวจสอบสะดวกภายหลัง
- จุดเชื่อมต่อระหว่างสายดินกับแท่ง Ground rod ควรเป็นการเชื่อมด้วยวิธีการหลอมแบบ Exothermic weld เพื่อป้องกัน Bad contact
อุปกรณ์อะไรป้องกันไฟกระโชกได้บ้าง?
ตอบ  มีคำถามว่าติดตั้งอุปกรณ์ UPS, Stabilizer, Voltage regulator, Line conditioner เป็นต้น แล้วมีความจำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์ Surge protector อีกหรือไม่
คำตอบก็คือ มันต้องอยู่กับปัญหาของระบบงานเราเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับปัญหา

UPS ทำหน้าที่สำรองไฟฟ้าและบางรุ่นสามารถปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ เพื่อมิให้ระบบงานขาดช่วงการทำงานหากเกิดไฟฟ้าดับ
Stabilizer ทำหน้าที่ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งในที่นี้คือ 220V, 50Hz 1ph. นั่นคือไม่ว่าแรงดันไฟฟ้าที่เข้ามาจะเป็นเช่นไร แรงดันเกิน หรือแรงดันตก Stabilizer จะทำหน้าที่ควบคุมให้แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับอุปกรณ์ใช้งานอยู่ในระดับปกติ
Voltage regulator ทำหน้าที่ปรับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับปกติ ลักษณะคล้ายคลึงกับ Stabilizer แต่จะมีราคาที่ย่อมเยาว์กว่าในบางรุ่น
Surge protector ทำหน้าที่ป้องกันสัญญาณไฟกระโชกที่เข้ามากับสัญญาณไฟฟ้าที่ใช้งาน ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
ดังนั้นเราจะต้องทราบสาเหตุปัญหาที่แท้จริงในระบบงานเราเสียก่อน ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วถึงเลือกใช้อุปกรณ์ชนิกต่างๆ ดังที่กล่าวมา ในการแก้ปัญหาให้ได้ตรงจุด หากมีหลายอาการก็ต้องมีความจำเป็นที่ต้องใช้อุปกรณ์หลายชนิดรวมกันในระบบงาน ไม่มีอุปกรณ์ใดที่ใช้งานแล้วสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง เหมือนไม่มียาใดกินแล้วรักษาได้ทุกโรคครับ
 
Untitled Document
Copyright@2011 By Theematek Company limited All rights Reserved