Untitled Document
Untitled Document
Untitled Document
Technic
What is Surge?
Selection Guide of Surge
Protector
Type of Protection Device
Filtering Circuit
Surge Location Categories
ANSI-IEEE
Surge Location Categories AS/NZ
Surge Location Categories IEC
Surge Protection Backup fuse
Definition คำจำกัดความของอุปกรณ์
SPDs
สายต่อลงดิน Grounding and
protective conductors
ขั้นตอนการสำรวจและวัดค่าความ
ต้านทานจำเพาะของดิน
Design solution of surge
protection
CCTV
Industrial
Hospital
OEM
FAQs
ไฟกระโชก (Surge) คืออะไร?
การเลือกอุปกรณ์ป้องกันไฟ
กระโชก?
คุณสมบัติที่ควรพิจารณาของ
อุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก?
ระบบสายต่อลงดินควรทำอย่างไร?
อุปกรณ์อะไรป้องกันไฟกระโชกได้บ้าง?

Technic
TYPE OF PROTECTION DEVICE
ชนิดของตัวป้องกันตัวป้องกันหรืออุปกรณ์ป้องกันที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันทุกชนิด ทำงานด้วยการเบี่ยงถ่ายพลังงานของไฟกระโชกลงสู่ดินมิให้ผ่านเข้าไปสู่ระบบงานแบ่งออกได้ 2 ชนิด ตามลักษณะของมันคือ ชนิดลัดวงจรไฟฟ้า (Crowbar device) อุปกรณ์ประเภทนี้จะทำงานเมื่อมีแรงดันตกคร่อมตัวของมันเกินกว่าค่าแรงดันพลังทลายประจำตัว (Breakdown voltage) ตัวของมันจะเปลี่ยนสภาพจากค่าความต้านทานสูงเป็นค่าความต้านทานต่ำ มากจนถือได้ว่าลัดวงจรไฟฟ้าลงดินอุปกรณ์ประเภทนี้ได้แก่ สปาร์คแกป (Spark gap arrester), แก็สดิสชาร์จ (Gas discharge tube) อุปกรณ์ประเภทนี้มี
ข้อดี   ในด้านที่สามารถรองรับพลังงานไฟกระโชกได้มากใช้งานได้นานทนทาน
ข้อเสีย ตรงที่เมื่อทำงานแล้วจะลัดวงจรไฟฟ้าไปชั่วขณะ(ประมาณครึ่งลูกคลื่น)ซึ่งในระหว่างนั้นกระแสตาม (Follow on current) ซึ่งเกิดจากแรงดันไฟปกติที่มีต่อค่าอิมพิแดนซ์ลัดวงจรของตัวป้องกันจะทำความเสียหายให้เกิดแก่ตัวป้องกันได้ ดังนั้นในทางปฏิบัติสำหรับวงจรไฟฟ้าแล้วเราจะไม่ใช้อุปกรณ์นี้ตามลำพังแต่จะใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่สามารถจำกัดกระแสตามดังกล่าวได้ นอกจากปัญหาเรื่องกระแสตามแล้วความเร็วตอบสนอง (Response time) ต่ำและค่าแรงดันผ่านมีค่าสูง (High let through voltage) ก็ถือเป็นข้อด้อยส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ประเภทนี้

ชนิดควบคุมแรงดันไฟฟ้า (Clamping device) อุปกรณ์ประเภทนี้ทำงานเมื่อมีแรงดันตกคร่อมตัวมันเกินกว่าค่าแรงดันแคล็มป์ (Clamping voltage) โดยตัวมันจะเปลี่ยนสภาพจากค่าความต้านสูงเป็นค่าความต้านทางต่ำแต่ไม่ถึงกับลัดวงจรอุปกรณ์ประเภทนี้ได้แก่ MOV (Metal oxide varistor) ซึ่งมี

ข้อดี
 ตรงที่ไม่ลัดวงจรไฟฟ้าความเร็วตอบสนองสูงแรงดันผ่านต่ำกว่า
ข้อเสีย อยู่ที่ความสามารถในการรองรับพลังงานต่ำกว่าและจะเสื่อมสภาพลงทุกครั้งที่รองรับไฟกระโชก
FILTERING CIRCUIT
เนื่องจากไฟกระโชกเป็นอิมพัลซ์ซึ่งมีองค์ประกอบของความถี่สูงอยู่มากอยู่ในช่วงความถี่ 5 ถึง 50 กิโลเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นส่วนทำให้ช่วงหน้าคลื่น (Wave front) มีช่วงเวลาสั้นหรือ Rate of rise (dv/dt) มีค่าสูงความถี่สูงนี้เองที่มีอันตรายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นการประยุกต์ใช้วงจรกรองความถี่ต่ำผ่านหรือ LPF (Low Pass Filter) จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ลดความรุนแรงของไฟกระโชกลงอย่างไรก็ตามการออบแบบ LPF สำหรับการป้องกันไฟกระโชกนี้แตกต่างจาก การออกแบบ LPF สำหรับงานป้องกันด้าน RFI (Radio frequency interference) เนื่องจากแบบแรกจะต้องออกแบบให้สามารถรองรับกำลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้โดยไม่เสียสภาพ
จากรูปแบบต่างๆของ LPF ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันพอจะสรุปได้ดังนี้ PI Filter เป็นวงจรที่ออกแบบมากให้ผลการทำงานที่สมบูรณ์ที่สุด แต่มีข้อเสียที่ตัวเก็บประจุ ด้านอินพุทจะมีโอกาสสูงที่จะถูกทำลายจากไฟกระโชกที่เข้ามา L Filter เป็นวงจรที่ให้ผลการทำงานในระดับที่ใช้งานไม่มีความเสี่ยงต่อตัวเก็บประจุด้านอินพุท เหมือนแบบแรก ข้อด้อยเห็นจะเป็นความไม่สมมาตร กล่าวคือให้การ ป้องกันในทิศทางจาก Line to equipment มากกว่า T-Filter เป็นวงจรที่ออกแบบในลักษณะสมมาตร (Bi-Directional) ก็จริงแต่มีข้อเสียในกรณีที่หาก ไฟกระโชกเกิดขึ้นในด้านของ Equipment เช่น เกิดจากการเดินเครื่องจักรไฟฟ้าขนาดใหญ่ไฟกระโชกที่เกิดขึ้นจะไม่ถูกลดทอนลงอย่างที่ควรจะเป็นแต่จะ สะท้อนกลับเนื่องจากขดลวดเหนี่ยวนำทางขวามือกลับไปเป็นอันตรายต่อระบบงาน อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่บนวงจรไฟฟ้าเดียวกันกับเครื่องจักรดังกล่าว นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย อีกเช่น ขดลวดเหนี่ยวนำที่ใช้ใน LPF สำหรับงานป้องกันไฟกระโชกควรจะเป็นแกนอากาศเพื่อป้องกัน ปัญหาเรื่องการอิ่มตัวของแกน (Core saturation) เป็นต้น
Untitled Document
Copyright@2011 By Theematek Company limited All rights Reserved